Print

PEUGEOT 407SW | ชุดอัพเกรดเสียงเกินแสนงบไม่กี่หมื่นทำได้ไง

 

ทำไมถึงอยากอัพเกรด

คงไม่มีใครอยากอัพเกรดเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยมที่ติดมาจากโรงงานหรอกว่าไหมถ้ามันไม่มีอะไรโดนๆครับ เรื่องมีอยู่ว่ามี่พี่ที่คุ้นเคยอยู่ท่านนึงได้ไปลองฟัง รถเพื่อน เค้ามาอีกทีนึง แถมยังถูกอกถูกใจในน้ำเสียงและมิติเสียงในรถคันนนั้นจึงเป็นที่มาของการอัพเกรดครั้งนี้ ชุดเครื่องเสียงที่ว่าอยู่ในรถ Benz ML ของเพื่อนพี่เค้า รถคันนั้นเรียกได้ว่าเป็นครูผมเหมือนกันก็ว่าได้เพราะทำให้รู้จักเจ้าแอมป์ชนิดใหม่ชนิดนี้ที่ถูกขนานนามว่า แอมป์ปลั๊กแอนด์เพลย์ (plug n play) ซึ่งมีระบบ dsp พ่วงแถมมาด้วย แถมยังเป็นเครื่องเสียงที่มีความไฮเทคก้าวหน้าที่สุดในโลกในขณะนั้น แอมป์ตัวที่ว่ามานี้มีนามว่า Helix PP50 DSP ซึ่งคว้ารางวัล EISA Award1 ไปในปีนั้นด้วย แต่คราวนี้เราจะใช้แอมป์ปลั๊กแอนด์เพลย์เจเนอร์เรชั่นต่อมาอย่าง Match PP52 มาเป็นพระเอกกันครับไปดูกันเลย

1European imaging and sound association เป็นการรวมกลุ่มของสื่อสารมวลชนในยุโรป 20ประเทศ ก่อตั้งมาประมาณ 30 ปีโดยในแต่ละปีจะคัดเลือกสินค้าที่ดีที่สุดในแต่ละกลุ่ม แล้วประกาศรางวัลในชื่อว่า EISA Award

 


หาข้อมูล Peugeot 407SW

ชุดเครื่องเสียงในรถของพี่คันนี้ที่จะมาให้อัพเกรด มาในแบบเดิมๆที่ไม่เดิมยังไง งง..เปล่า คือ เป็นระบบที่เรียกว่า Infotainment2 ของ Peugeot ซึ่งเป็นระบบเครื่องเสียงพรีเมี่ยมมาจากโรงงาน ออกแบบอย่างไม่ประณีประนอมและใช้อุปกรณ์ของ JBL เกือบทั้งคัน ก่อนเริ่มงานวันนี้ข้อมูลของรถเองมีน้อยมากเนื่องจากไม่เคยทำรุ่นดังกล่าวมาก่อนเลยต้องหาข้อมูลการติดตั้งไปด้วย

2วิทยุที่แสดงข้อมูลต่างๆของตัวรถด้วยในตัวเครื่องเดียวกัน

ระบบ INFOTAINMENT ของ Peugeot

ในภาพนี้เป็นข้อมูลอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในระบบเสียง เริ่มจากเฮดยูนิตที่ด้านหน้าสั่งงานควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (CAN Bus) มีเพาเวอร์แอมป์เดิมเป็นของ JBL ด้านท้ายรถเป็นที่ติดตั้งทั้งตู้ซีดีและตู้ลำโพงซับ JBL

 

ระบบลำโพงเดิมของรถคันนี้มี ลำโพงหน้าสามทางแบบพิเศษ ผมก็เพิ่งเคยเห็นมาก่อน พิเศษอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกันครับ ลำโพงหลังเป็นแบบสองทางแยกชิ้น มีลำโพงเซ็นเตอร์ และก็ซับวูฟเฟอร์อีกหนึ่ง ซึ่งนับรวมๆกันดูก็หนึ่งโหลพอดิบพอดี ช่วงหลังๆที่อัพเกรดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมเนี่ยเห็นใส่ชอบลำโพงเยอะจังครับสงสัยเป็นเทรนด์ทางการตลาด

ทดสอบลำโพงเดิมๆ

จะพาไปดูหน้าตาลำโพงเดิมกันครับว่าเป็นแบบไหน จะเริ่มด้วยการถอดแผงประตูกันก่อนครับ เริ่มกันเลยครับหรือช่วยผมถอดประตูด้วยก็ได้ครับ 

ถอดออกมาแล้วหน้าตาลำโพงหน้าที่เรากำลังจะหมายหมั้นปั้นมือให้สวมบทบาทเป็นนางเอกประจำรถคันนี้ แต่เอ๊ะทำไมต้องถอดออกมาด้วยล่ะถามตัวเองอีกครั้ง นั่นสิเกือบลืมความจริงต้องการขอดูความสมบูรณ์และประสิทธิภาพของลำโพงว่ายังใช้งานได้ดีเปล่า และจะเหมาะแก่การหมายหมั้นครั้งนี้รึเปล่า โดยเฉพาะเป็นลำโพงที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตามาก่อน การถอดทำได้ไม่ยากแค่ขันสกรูไม่กี่ตัวก็ออกแล้วครับ3

3(การถอดทุกอย่างมีความเสี่ยงแต่ถ้าถอดด้วยความชำนาญโดยมีข้อมูลรถให้พร้อมและเป็นคนละเอียดก็ไม่น่าห่วงนะครับ)

ลำโพง JBL ระบุฐานผลิด Made in France ครับ สีสันอารมณ์รถถังเลยครับดูหนักแน่นดีครับ สัมผัสถึงโครงสร้างที่เป็นพลาสติกมีความแข็งทื่อรู้สึกถึงความทนทาน วัสดุที่ว่าเป็นพลาสติกชนิดที่เห็นถูกใช้บ่อยในลำโพง (aftermarket)4 หลายยี่ห้อ จุดที่สำคัญคือมันไม่ทำให้เกิดปัญหาการสั่นสะเทีอน (เรโซแนนซ์)5

4สินค้าตกแต่งเพิ่มเติมไม่ใช่ของมากับตัวรถเดิม
5เสี่ยงสั่นที่ไม่พึงประสงค์

ขนาดลำโพงก็มาตรฐาน Euro-Din 6.5 นิ้วทั่วไปซึ่งสามารถอัพเกรดได้อย่างง่ายดาย (แต่ข้อแม้ห้ามลึกเกินไปครับ)

เสียงแหลมสุดพิเศษ

มาดูหน้าตาลำโพงกลางแหลมตัวเล็กที่ผมบอกว่าไม่เคยเห็นกันครับ พิเศษดีโดยเฉพาะลำโพงที่ติดมากับรถเดิมๆ ออกแบบมาได้คล้ายยี่ห้อดังในสมัยก่อน

เห็นหน้าตาแล้วคงบอกว่าไม่เห็นจะพิเศษตรงไหนเลยใช่เปล่าครับแรกๆ หยิบจับมาลูบๆคลำๆ ดูกิ๊กก๊อกนิดหน่อย ผมเองก็คิดแบบนั้นแต่พอตอนเอามาต่อสายลำโพงเพื่อจะวัดเสียง (เอทำไมมาน..มีสองวอยซ์คอยล์ dual voice-coil) เลยพลิกมาพินิจสายต่อจดจ่อคล้ายคนสายตาสั้น ดูหน้าดูหลังถึงร้องอ๋อ...นั่นเอง ลำโพงเสียงแหลมประกบอยู่บนลำโพงฟูลเรนจ์ขนาด 2 นิ้วอีกทีนึก บอกได้คำเดียวว่าน่าสนใจมาก น่าสนุกงานนี้....

เสียงแหลมทำจากวัสดุที่เป็นโลหะคล้ายกับรุ่นที่เคลือบไททาเนียม (คือวัสดุเคลือบที่ทาง JBL ชอบใช้ครับ)

เสียงกลางขนาดประมาณ 2 นิ้วทำจากกระดาษ ขอบเซอร์ราวน์เป็นโฟม ดูลึกๆลงไปบนผิวกระดาษดูแล้วสากๆ

ดูระยะใกล้ๆ จะเห็นว่าด้านล่างเป็นลำโพงฟูลเรนจ์ตามที่เห็น

ด้านหลังลำโพงเขียนว่า Medium-Tw Hi-Fi ใช้คาปาร์ซิเตอร์ 2.0uF สำหรับเสียงแหลม

กราฟความถี่เสียงของลำโพง

มาดูกราฟการตอบสนองความถี่กันอันเป็นของตัวเสียงทุ้ม (6.5"JBL Woofer) กราฟบอกเราว่าเสียงเบสลงได้ต่ำและตอบสนองความถี่ต่อเนื่องไปไดถึง 3KHz ทีเดียว กราฟมีการยกตัวสูงที่ช่วง 1.25KHz ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับระบบที่มีอีควอเซอร์อย่างในแอมป์ปลักแอนด์เพลย์ของ Match PP52 ที่เราก็ลังจะติดตั้งลงไปครับ โดยรวมถือเป็นลำโพงที่ดีที่เดียว (และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นลำโพงแถมแน่นอน)

กราฟเสียงกลาง + เสียงแหลม

ลำโพงสองทางตัวนี้ตอบสนองความถี่ได้กว้าง 250-20KHz ได้อย่างสบายและก็ง่ายดาย แต่เสียงกลางที่สูงกว่า 2KHz ขึ้นไปมีการยกตัวขึ้นถึง 14 dB เป็นปัญหาสำหรับระบบเดิมแน่นอนถ้าไม่ได้รับการควบคุม หมายความว่าเสียงจะสว่างเจิดจ้าเกินพอดี แต่ก็เป็นงานง่ายๆสำหรับ Match PP52 ที่จะจัดการกับปัญหาลักษณะนี้ให้อยู่หมัดได้ง่ายๆในแนวทางเสียงดี

ขั้นตอนการติดตั้ง

เริ่มงานติดตั้งได้ถอดวิทยุออกมาตรวจสอบระบบ

 

ตรวจสอบรุ่นสายปลั๊กไฟเครื่องเสียงเดิมเพื่อเลือกใช้ให้ตรงรุ่น มีรุ่นตรงตามต้องการ แต่เราก็พบปัญหาบางอย่างในระบบเล็กน้อยเราต้องไปใช้สัญญาณที่แอมป์เดิมซึ่งเป็นของ JBL ตรวจสอบการทำงานของแอมป์และทำการแก้ไขทางเดินสัญญาณเดิมมาเข้าแอมป์ DSP Match PP52 โดยได้ทำการติดตั้งปลั๊กชนิด ISO-DIN เข้าไปในส่วนของสัญญาณขาออกจากแอมป์ JBL และยกเลิกลำโพงเซ็นเตอร์ซึ่งไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วครับเพราะเยอะเกินจำเป็น

 

ปลั๊ก ISO-DIN ที่เราติดตั้งเพิ่มเข้าไปในระบบเดิม

ทำการติดตั้ง Match PP52

จะเห็นว่าติดตั้งง่ายดายมากมีขนาดค่อนข้างเล็ก (แต่เสียงก็ไม่เล็กตามขนาด) สายไฟเข้าเครื่องดูเรียบร้อยเพราะออกแบบมาเป็นปลั๊ก Molex6 สำเร็จรูป

6Molex เป็นยี่ห้อที่ผลิตคอนเนคเตอร์ขั้วต่อต่างๆ มายาวนานกว่า 75 ปีใช้ในทุกอุตสาหกรรมบนโลกเรา

จูนเสียง

การจูนเสียงแบบละเอียดใช้เทคนิคการจูนเสียงโดยใช้โครงสร้างการตอบสนองความถี่เสียงแบบ Helix guide curve/house curve7 ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับห้องเล็กอย่างในรถยนต์ (closed field environment) โดยผมเลือกใช้ไมโครโฟนวัดเสียงสองตัวประกอบกัน ตัวแรกวัดเสียงที่ตำแหน่งคนขับและตัวที่สองวัดเสียงที่ตำแหน่งคนนั้งด้านหลังเพื่อที่จะให้เสียงดีทั้งสองตำแหน่ง

เวลาที่ใช้จูนเสียง

เปอร์โยคันนี้ผมใช้เวลาปรับจูนเสียงประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าก็เสร็จสมบูรณ์ (ทำไมถึงจูนนานจัง... โดยปกติผมจูนเสียงจะใช้เวลา 35 นาที จนถึง 6 ชั่วโมง ไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับความยากง่ายในอคูสติกในระบบเสียงครับ อารมณ์ประมาณกำลังนั่งรถไปเชียงใหม่ครับ)

7 (ซึ่งปัจจุบันกำลังวิธีการจูนเสียงเป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยกำหนดความถี่เสียงผลลัพธ์ที่ต้องการในรูปทรงคล้ายบ้าน) 

เสียงที่ได้ "น่าทึ่งและตื่นเต้น"

เป็นความรู้สึกที่ได้ฟังหลังจากจูนเสียงเสร็จ เสียงออกมามีมิติชัดลึกสมจริงมาก อารมณ์ประมาณสามมิติ 3D เสียงเหมือนยกเครื่องเสียงในห้องฟังเพลงมาไว้ในรถทีเดียว เสียงร้องเสียงพูดทำออกมาธรรมชาติ ตำแหน่งอยู่เหนือกลางคอนโซลเป๊ะเกือบสุดกระจก มีมิติใกล้เคียงคนกำลังพูดอยู่ เสียงเครื่องดนตรีต่างๆถ้าหลับตาลงเห็นภาพเครื่องดนตรีเล่นอยู่ต่อหน้า ในความรู้สึกสมจริงอย่างอธิบายไม่ถูก เพราะไม่รู้จะบรรยายเป็นตัวอักษรอย่างไรให้ดูใกล้เคียงสิ่งที่ได้ฟัง (สิ่งที่พูดไปดูเหมือนกับเกินจริง แต่ลองฟังอีกทีก็ขอยืนยันอีกครั้งครับ) เสียงเครื่องเคาะที่เป็นโลหะนั้นกังวานทอดตัวยาวและมีตำแหน่งชัดเจนทีเดียว สิ่งที่ผมรู้สึกแตกต่างมากกับระบบเสียงในแบบธรรมดา คือ บรรยากาศครับเพราะมันกว้างกว่าในรถให้ความรู้สึกถึงห้องฟังเพลงมากกว่า

ทดลองเพลงในหลายๆแนว ก็ได้ผลที่น่่าพอใจไม่ว่าจะแนวไทยหรือสากลทั้ง K-Pop, Rock, Dance, Acoustic, Jazz และก็แนวเสียงร้องแบบออดิโอไฟล์ก็ทำได้ดีครับ

 

บทสรุป

ก็ยังคงทำหน้าที่ DSP ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิมสำหรับ Match PP ไม่ว่าจะติดตั้งในรถคันไหนที่ผ่านมา ขอขอบคุณคุณลุงคุณน้าตระกูล Fischer ที่ผลิตของเล่นเจ๋งๆแห่งศตวรรษมาให้ได้ใช้กันครับ ขอบคุณอีกครั้งที่สร้างนวัตกรรมอย่าง Match ออกมา แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ ขอบคุณพี่เจ้าของรถที่นำรถมาติดที่ร้านครับ

 "วันนี้พี่เจ้าของรถบอกขอจับมือหน่อยตอนเกือบห้าทุ่มบอกผมว่าเป็นการซื้อของที่คุ้มที่สุดในชีวิตครั้งหนึงครับ"

ที่มาข้อมูล : 
http://www.eisa.eu/about.html
http://www.molex.com, 
http://en.wikipedia.org/wiki/Molex