Print

RODEK RC-BLACK 12V | รีวิวเครื่องกรองไฟไฮเอนด์

Written by Sakda J.

วันนี้ได้รับของเล่นใหม่มาทดลองครับเอามาเล่าสู่กันฟัง ของเล่นที่ว่าไม่เคยเห็นในวงการรถยนต์สักเท่าไหร่ จะเรียกว่าเป็นน้องใหม่ก็ว่าได้ครับ เจ้าตัวที่ว่าก็คืออุปกรณ์รักษาแรงดันไฟนั่นเองหรือศัพท์เฉพาะเรียกว่า "สเตบิไลเซอร์" (Stabilizered) แต่เดาว่าต้องมีคนอยากลองเล่นแบบที่ผมได้ลอง ทำไมนะหรือครับตามไปดูกันเลย

  

 

A : เจ้าเครื่อง สเตบิไลเซอร์ มันคืออะไร ?
B : เราว่ามันคือเครื่องรักษาโรคเกี่ยวกับไฟมั้ง
A : ไฟไม่สบายเหรอ?
B : งั้นมั้ง
A : สงสัยต้องเอาไปหาหมอจับฉีดยา
B : ใช่ๆ ต้องรีบไปฉีดยา
A : ไฟเหรอ
B : เปล่า เอ แกนั่นแหละ
A : 555

Power Stabilizer & Noise Filter | คืออะไร ทำไรได้บ้าง?

เจ้าตัวที่เกริ่นนำไปหลายคนได้ยินชื่อก็คงร้องอ๋อทีเดียว แต่คงมีอีกหลายคนทีเดียวที่....มันตัวอะไรหว่า?? ไอ้เจ้าสเตบิไลเซอร์เนี่ย เรามาดูกันเลยครับ

 

สเตบิไลเซอร์ เครื่องนี้ถ้าเอาความสามารถมันมากางดูก็จะอยู่ประมาณนี้ครับ 

  • Automatic maintain a constant output power under variable electrical stress conditions of car power. แปลได้ว่า รักษากำลังไฟให้มีความสม่ำเสมอแม้ในยามที่กระแสไฟของรถไม่คงที่สม่ำเสมอ เช่น ภาวะเครียดไฟตก-ไฟเกิน-ไฟกระชาก

  • Ability to maintain Temperature of operating device from power supply drop. แปลได้ว่า มันสามารถรักษาระดับอุณหภูมิของเครื่องเสียงให้อยู่ในสภาวะปกติ (ไม่ทำให้อุปกรณ์ไม่เกิดความร้อนสะสมมากเกินปกติ ช่วยป้องกันการเสียหายและยืดอายุ อันมีสาเหตุมาจากไฟขาดไฟเกินนั่นเอง) ช่างส่วนใหญ่จะทราบกันดีว่าเมื่อไฟตกเครื่องเสียงส่วนมากจะมีความร้อนสูงขึ้น

  • Clean Noise free for Audio & Video สั้นๆ ทำความสะอาดกระแสไฟจากแหล่งจ่ายไฟเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนในระบบไฟไม่ว่าจะเป็นเสียงกวน และสัญญาณภาพ (วีดีโอ) ถูกรบกวน เช่น เสียงวี๊ด เสียงฮัม ภาพเต้น ภาพกระตุก ภาพเป็นเส้น ภาพไม่ใส เป็นต้น

  • 6 Selectable step-up Voltage output power supply for maximum efficiency of device under use. สามารถเพิ่ม-ลด กำลังไฟให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราต่อพ่วงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น วิทยุจะทำงานเต็มประสิทธิภาพที่ 14-15Vdc แล้วแต่รุ่น ซึ่งไฟรถปกติจะสวิงขึ้นลงอยู่ที่ 11-13Vdc

 

หน้าตาเครื่องกรองไฟสำหรับเครื่องเสียงบ้าน

 

อวดโฉมกันหน่อย | Outside & Inside


 

 

ทดสอบ | Test Report

เซ็ตอัพ ทำการทดสอบเชิงเปรียบเทียบกับหลอดไฟ** โดยการป้อนไฟให้กับหลอดไฟขนาด 12 โวลต์ที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป เราจะเห็นได้ถึงความแตกต่างของการ Stabilized

แสงไฟที่ได้จากการป้อนแหล่งจ่ายไฟที่ผ่านการ "สเตบิไลซ์" แล้วจะพบว่าแสงไฟแทบไม่มีการเจือปนของไฟที่ไม่สะอาดปนเปื้อนเข้ามารบกวนทำให้แสงไฟที่ได้มีความสว่างสะอาดใสเป็นระเบียบ ไม่เกิดการฟุ้งกระจายตัว และไม่ขุ่นมัวอีกด้วย ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องทำให้ลดความร้อนจากหลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย และยังช่วยยึดอายุการใช้งานไปอีกนาน

ภาพแรก เป็นหลอดไฟที่ไม่ได้ผ่านเครื่องกรองไฟ (un-stabilized)


ภาพสอง เป็นภาพหลอดไฟที่ผ่านการกรองไฟ (Stabilized)

สังเกตภาพนี้ให้ดีนะครับหลังจากกรองไฟไปแล้วจะเห็นตัวอักษรโลโก้ของหลอดไฟชัดเจน และความใสของหลอดไฟก็แสดงให้เห็นว่าลดสัญญาณรบกวนไปเกือบหมดสิ้นทีเดียว

เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว แต่ช้าก่อนมองหลอดไฟตาเปล่าจะตาเสียเอา ผมเลยเอากล้องมาปรับเป็นระบบ Manual ตั้งกล้องด้วยขาตั้ง ป้อนไฟด้วยแหล่งจ่ายไฟเดียวกันจาก 13 โวลต์ ใช้การทดสอบที่รัดกุุมทั้งสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ต่อพ่วง

สังเกตุดูระหว่างหลอดด้านซ้ายมือที่ผ่านการกรองไฟโดยเครื่อง Stabilizer ของ Rodek RC-Black 12V นะครับ ชัดเจนเลยไฟที่สว่างออกมาจากหลอดได้รับการกรองไฟที่ไม่สะอาดออกไปจะเกือบหมดเกลี้ยงทีเดียว ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแสงที่สว่างใส เคลียร์ มองเห็นตัวหลอดแก้วชัดเจน ซึ่งต่างกับภาพด้านขวาที่ใช้แหล่งจ่ายไฟไม่ได้ทำการกรองไฟก่อนมีแฟลน๊อยส์ (แสงรบกวน) ออกมาอย่างชัดเจนจนมองแทบไม่เห็นโครงหลอดไฟเลยทีเดียว

 

ดาวน์โหลด ผลทดสอบเปรียบเทียบ

 

ทดสอบจริงในรถยนต์ | In-Car Testing

ได้เวลามาทดสอบการใช้งานจริงในรถยนต์แล้ว เราจะทำการทดสอบแบบต่อจริงฟังจริงวัดผลด้วยเครื่อง Oscilloscope และการฟังทดสอบในระบบที่ใช้แอมป์ และไม่ใช้แอมป์ (ไฮเพาเวอร์)

  1. ป้อนไฟจากแบตเตอร์รี่ 12.76V ทดสอบการจ่ายไฟออก Stabilizer ทั้ง 6 ระดับ
  2. 12V, 12.5V, 13V, 13.5V, 14V, 14.5V
  3. ค่าที่วัดได้น่าพอใจมากไฟคงที่ตลอดเวลาโดยดูได้จากรูปไม่มีการสวิงแม้แต่น้อย


 

สิ่งที่สัมผัสได้จากการฟัง

หลังจากเปิดใช้งานปรับตั้งค่าให้เหมาะสมเพียงเท่านี้ เสียงที่เปล่งออกมาก็สัมผัสได้เลย โดยไม่ต้องตั้งอกตั้งใจฟัง ไม่ใช่ ไสยศาสตร์หรือราคาคุยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะไม่ต้องเป็นนักฟังหูทองถึงจะฟังออก เพราะเสียงที่เปล่งออกมาราวกับเครื่องเสียงคนละชุด บทเพลงเดียวกันแต่พอผ่านเครื่องกรองไฟเท่านั้นให้สัมผัสที่รับรู้ได้จริงๆ

แน่นอนสิ่งที่ได้แรกสุด คือ เสียงขุ่นมัวที่เป็นเงาจางหายไปจนสิ้น เสียงออกมากังวานๆ นึกถึงหลอดไฟที่ได้ทดสอบไปตอนแรกขึ้นมาทันใด ใสปิ้ง เคลียร์ชัดๆ ทุกตัวโน๊ต และที่สำคัญไม่ใช่แค่ใสเคลียร์เท่านั้นดนตรี นักร้อง ที่เล่นกันเป็นวงแผ่ขยายออกไปไม่ทับซ้อนกันแล้วพร้อมบรรยากาศที่กว้างลึกมีมิติมากขึ้น สมจริงขึ้น น้ำหนักเสียงมีหนัก เบา สูง ต่ำ หนา บาง ช้า เร็ว ออกมาให้เห็นอย่างจะแจ้งแบบชัดๆ ไม่กั๊ก ไม่กิ๊กก๊อก

รายละเอียดของเสียงดนตรีอย่างเสียงแหลม จะกังวานทอดตัวไปไกลกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะจังหวะที่มันสั่นค้างกังวานเคลียร์มากๆ ครับ

พวกเสียงกลางต่ำจะมีมวลมีน้ำหนัก และก็มีรายละเอียดมาขึ้น ลื่นไหลไพเราะ ไม่ติดขัดขาดเกิน อวบอิ่มมีน้ำมีนวลไม่แข็งกระด้าง

เสียงเบสส์มีพลังมากขึ้น ไดนามิก อิมแพคดีขึ้น แน่นขึ้นอย่างชัดเจนครับ 

ข้อดี 

  • เสียงดีขึ้นชัดเจน
  • แรงดันไฟนิ่ง และคงที่ขณะโหลดทำงานเต็มกำลัง
  • เพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องไฟฟ้าได้หลากหลาย
  • แก้เสียงรบกวนโดยไม่ทำให้เสียงดรอปลงเลยแม้แต่น้อย
  • แก้ไขสัญญาณรบกวนในระบบทีวีได้ด้วย (ภาพเต้น ภาพซ้อน และภาพไม่เคลียร์)
  • มีวงจรป้องกันในตัวเครื่อง protection

ข้อจำกัด

  • ขนาดที่ใหญ่ไปสักหน่อย 10x14.5x5.7 เซนต์ (แต่ส่วนตัวผมพอรับได้ครับ)
  • การปรับตั้งแรงดันควรปิดเครื่องก่อน
  • กินกระแสไฟเลี้ยง 0.0025 Ah ในโหมดต่อวิทยุ (กินไฟต่ำ)

สรุป | Conclusion

ผมว่ามันสินค้าที่ตอบโจทย์นะ มันดีขึ้นหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุ้มเสียง งานภาคผลิตดูแข็งแรง และก็แก้ไขลดเสียงรบกวนได้จริง ขนาดไ่ม่โตจนเกินไป แต่ที่สำคัญราคาโอเคเมื่อเทียบกันคุณภาพที่ได้

เหมาะกับการใช้ทั้งกับเครื่องเสียงเดิมไฮเพาเวอร์ติดรถ หรือระบบเสียงที่ติดเพิ่มเติมให้ผลดีขึ้นทั้งสองแบบครับ

"กำลังไฟที่บริสุทธ์สะอาด คือ ตันกำเนิดของเสียงดนตรีที่มีคุณภาพระดับ Super hi-end อย่างแท้จริง"